สุนทรียะแห่งความเหงา แนะนำหนังสือน่าอ่าน ชื่อว่า "สุนทรียะแห่งความเหงา" The Aesthetics of Loneliness โดย คุณวุฒิชัย กฤษระประกรกิจ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ เทคโนโลยีในปัจจุบัน มีความทันสมัยมากขึ้น จะทำอะไรก็ต้องเพิ่งเทคโนโลยี จนบางครั้ง เราเหมือนทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์ สื่อสารกับเทคโนโลยี ทำให้การปฏิสัมพันธ์กับผู้คนรอบข้างน้อยลง บางครั้งไปยังที่ทำงาน ยังไม่ทันทำอะไร ก็เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ เข้าเวบไซต์ โดยเฉพาะปัจจุบันเวบยอดฮิตก็คือ เวบสังคมออนไลน์ที่มีชื่อว่า เฟชบุค เข้าไปดูใครมาทัก มาพูดคุยกับเราบ้าง เข่้าไปดูคนอื่นเขาคุยอะไรกันบ้าง มันทำให้เราหายเหงาได้ เราพบว่าโลกออนไลน์ของเรามีเพื่อนมากมาย แต่พอออกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ เราก็พบว่าเรายังมีความเหงา เอ๊ะ!! แล้วเทคโนโลยีพวกนี้มันทำให้เราหายเหงาจริงหรือเปล่า หรือมันเพิ่มความเหงาให้เรา ลองอ่านเนื้อเรื่องในหนังสือดูนะครับ ผู้แต่งพยายามจะสื่อถึงการสำรวจพรหมแดนของความเหงาในยุคดิจิตอลและโซเชียลเน็ตเวิร์ก การนำตัวเองเข้าไปทดลองในเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องของวัฒนธรรมในโลกยุคใหม่ไอที โซเชียลเน็ตเวิร์กว่าความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้กระทบต่อผู้คนอย่างไรรวมทั้งผู้เขียนด้วย และเขาก็ใช้คอมเมนต์ตัวเองที่อยู่ในกระแสเหล่านั้น หลายบทความในหนังสือเล่มนี้สะท้อนสภาพสังคมที่เจ็บป่วยและศีลธรรมที่ตกต่ำซึ่งสวนทางกับความเติบโตและการขยายตัวของเทคโนโลยีในปัจจุบัน แต่ผู้เขียนก็ยังมีมุมสะท้อนถึงความพยายามของมนุษย์ที่จะเติมเต็มความว่างเปล่าและความกลวงโบ๋วภายในใจเหล่านั้น ที่ดูเหมือนจะไม่มีวันเติมเต็ม หนังสือเล่มนี้จึงเหมือนการพาผู้อ่านให้ได้มายืนอยู่ตรงหน้ากระจกของโลกดิจิตอลและสำรวจตัวตนของตัวเองและคนรอบข้างด้วยความเข้าใจในโลกของข้อเท็จจริง การได้อ่านหนังสือเล่มนี้ บางครั้งมันเปรียบเสมือน การได้ส่องกระจกดูตัวเองอีกครั้งหนึ่ง และสามารถเป็นคำตอบในใจของใครหลาย ๆ คนได้เป็นอย่างดี ข้อมูลหนังสือ ชื่อหนังสือ : สุนทรียะแห่งความเหงา (The Aesthetics of Loneliness) ผู้แต่ง : วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ สำนักพิมพ์ : mar space ISBN : 978-616-7074-07-8 จำนวนหน้า : 205 หน้า ราคา : 174 บาท วันพุธที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2554
สุนทรียะแห่งความเหงา
สุนทรียะแห่งความเหงา แนะนำหนังสือน่าอ่าน ชื่อว่า "สุนทรียะแห่งความเหงา" The Aesthetics of Loneliness โดย คุณวุฒิชัย กฤษระประกรกิจ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ เทคโนโลยีในปัจจุบัน มีความทันสมัยมากขึ้น จะทำอะไรก็ต้องเพิ่งเทคโนโลยี จนบางครั้ง เราเหมือนทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์ สื่อสารกับเทคโนโลยี ทำให้การปฏิสัมพันธ์กับผู้คนรอบข้างน้อยลง บางครั้งไปยังที่ทำงาน ยังไม่ทันทำอะไร ก็เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ เข้าเวบไซต์ โดยเฉพาะปัจจุบันเวบยอดฮิตก็คือ เวบสังคมออนไลน์ที่มีชื่อว่า เฟชบุค เข้าไปดูใครมาทัก มาพูดคุยกับเราบ้าง เข่้าไปดูคนอื่นเขาคุยอะไรกันบ้าง มันทำให้เราหายเหงาได้ เราพบว่าโลกออนไลน์ของเรามีเพื่อนมากมาย แต่พอออกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ เราก็พบว่าเรายังมีความเหงา เอ๊ะ!! แล้วเทคโนโลยีพวกนี้มันทำให้เราหายเหงาจริงหรือเปล่า หรือมันเพิ่มความเหงาให้เรา ลองอ่านเนื้อเรื่องในหนังสือดูนะครับ ผู้แต่งพยายามจะสื่อถึงการสำรวจพรหมแดนของความเหงาในยุคดิจิตอลและโซเชียลเน็ตเวิร์ก การนำตัวเองเข้าไปทดลองในเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องของวัฒนธรรมในโลกยุคใหม่ไอที โซเชียลเน็ตเวิร์กว่าความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้กระทบต่อผู้คนอย่างไรรวมทั้งผู้เขียนด้วย และเขาก็ใช้คอมเมนต์ตัวเองที่อยู่ในกระแสเหล่านั้น หลายบทความในหนังสือเล่มนี้สะท้อนสภาพสังคมที่เจ็บป่วยและศีลธรรมที่ตกต่ำซึ่งสวนทางกับความเติบโตและการขยายตัวของเทคโนโลยีในปัจจุบัน แต่ผู้เขียนก็ยังมีมุมสะท้อนถึงความพยายามของมนุษย์ที่จะเติมเต็มความว่างเปล่าและความกลวงโบ๋วภายในใจเหล่านั้น ที่ดูเหมือนจะไม่มีวันเติมเต็ม หนังสือเล่มนี้จึงเหมือนการพาผู้อ่านให้ได้มายืนอยู่ตรงหน้ากระจกของโลกดิจิตอลและสำรวจตัวตนของตัวเองและคนรอบข้างด้วยความเข้าใจในโลกของข้อเท็จจริง การได้อ่านหนังสือเล่มนี้ บางครั้งมันเปรียบเสมือน การได้ส่องกระจกดูตัวเองอีกครั้งหนึ่ง และสามารถเป็นคำตอบในใจของใครหลาย ๆ คนได้เป็นอย่างดี ข้อมูลหนังสือ ชื่อหนังสือ : สุนทรียะแห่งความเหงา (The Aesthetics of Loneliness) ผู้แต่ง : วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ สำนักพิมพ์ : mar space ISBN : 978-616-7074-07-8 จำนวนหน้า : 205 หน้า ราคา : 174 บาท
ป้ายกำกับ:
ปรีชา ใจน่าน,
สุนทรียะแห่งความเหงา
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
หนังสือเล่มนี้ดีนะ เข้าใจว่าผู้เขียนต้องการจะนำเสนอแนวความคิดอะไร
ตอบลบมุมมองของผู้แต่งต้องการนำเสนอเกี่ยวกับวิถีชีวิตของคนในสังคมปัจจุบัน
ที่มีการปฏิสัมพันธ์กันน้อยลง แต่จะมุ่งไปที่วัตถุ เทคโนโลยี่มากเกินไป ต่างคนต่างอยู่ว่างั้นซะ
ขออนุญาตวิจารณ์ลีลาในการเขียนของผู้แต่งนิดนึงนะคะ ไม่ใช่นักวิจารณ์ใหญ่นะคะ แต่อ่านแล้วไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่ค่ะ จากชื่อเรื่อง คิดว่าอ่านแล้วจะรู้สึกขนลุกซะอีก ง่ายๆคืออ่านแล้วไม่อินค่ะ ผู้เขียนพยายามพรรณนามากเกินไป จนจับไม่ได้ว่าตรงไหน เนื้อหาตรงไหนคือสาระสำคัญ อ่านแล้ว อยากให้ผู้เขียน เขียนให้อินกว่านี้ค่ะ อยากให้ความเหงาในเนื้อความของหนังสือมันเข้าไปกัดกินแทรกซึมในซองของหัวใจของคนเหงาๆคนนึงอ่ะค่ะ ง่ายๆค่ะ เขียนเรืองเหงาไม่ค่อยเหง่าเท่าไหร่ จ๊ะ
ตอบลบแจ่มจริงๆ คนจังหวัดนี้ 555
ตอบลบพี่หมูทำส่งเลยหรอคะ รวดเร็วทันใจดีจิงๆ ^^
ยังไม่ได้อ่าน...เลยยังไม่รู้ว่าผู้แต่งเค้าแต่งว่าไงบ้าง...แต่ที่รูแน่ๆก็คือคุณพี่วิพากษ์วิจารณ์และแนะนำหนังสือเล่มนี้ดีมาก...กะเอาอันนี้ส่งอาจารย์เลยปะเนี่ย
ตอบลบพี่ อ่านไวจัง เลยนะ ยังไม่ได้อ่านเลย ทดสอบก่อนใช่ไหมนี่
ตอบลบเยอะจังอ่านไม่หมดแน่
ตอบลบ